the bag

กระเป๋าสำหรับสตรีเดี๋ยวนี้ถ้าใครไม่ทราบราคามาก่อนอาจจะตกใจราคาได้ว่า ทำไมราคาแพงจัง แน่นอนว่าการรักษาของราคาแพงขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำคู่กันอยู่แล้ว แม้ว่าเราจะสามารถเอากระเป๋าไปเข้าร้านสปากระเป๋าเพื่อทำความสะอาดได้ก็ตามแต่หากเรามีเครื่องมือคู่ใจไว้แล้ว การทำความสะอาดกระเป๋าใบโปรดก็ไม่ยากอย่างที่คิดว่าแต่ต้องมีอะไรบ้าง

Dust brush

แปรงปัด ขัด ฝุ่น
อย่างแรกที่ต้องมี เราขอยกอุปกรณ์ที่ดูง่ายใกล้ตัวแต่สำคัญเลยนั่นคือ พวกแปรงชนิดต่างๆ เราต้องมีแปรงหลายๆ แบบอย่างแรกเป็นแปรงสำหรับปัดผิวหน้าของกระเป๋าเพื่อดันพวกฝุ่น ละอองแป้ง เครื่องสำอางค์ที่ติดอยู่ให้ออกไปเสียก่อน ส่วนอีกแปรงหนึ่ง เป็นแปรงสีฟันสำหรับเด็ก ที่มีขนนุ่ม ด้ามจับเล็ก เหมาะถนัดมือ แปรงแบบนี้จะช่วยให้การลงน้ำยาทำความสะอาดซอกซอนเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถชอนไชเข้าไปในซอกหลืบเล็กได้ด้วย

fabric

ผ้าขาวสะอาด
ถัดจากแปรงแล้วก็ต้องเป็นผ้าขาวสำหรับเช็ดทำความสะอาด ต้องมีเลย เพราะผ้าขาวเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ปัดกวาดให้กระเป๋าของเราปราศจากฝุ่นได้อย่างง่ายดาย แนะนำว่าควรเป็นผ้าแบบไมโครไฟเบอร์ที่ไว้สำหรับเช็ดรถ เช็ดคอมพิวเตอร์ก็จะดีมาก จริงๆ ไม่แนะนำทิชชู่เท่าไร แต่หากไม่มีจริงๆ ก็สามารถหยิบมาใช้แทนได้เหมือนกัน

Cleanser

น้ำยาทำความสะอาด
การทำความสะอาดกระเป๋าเดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะเลย เนื่องจากว่าเค้ามีน้ำยาทำความสะอาดกระเป๋าออกมาวางขายเยอะมากทีนี้เราเองก็ต้องศึกษาให้ดีว่า น้ำยาทำความสะอาดแบบไหนเหมาะกับกระเป๋าแบบไหนด้วย กระเป๋าหนังสังเคราะห์ ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง กระเป๋าหนังแท้/หนังกลับก็เป็นน้ำยาอีกแบบหนึ่ง ต้องอ่านและเลือกใช้ให้ดี อย่าใช้ผิดขวดเชียวเพราะไม่งั้นน้ำยาอาจจะกัดผิวกระเป๋าจนเราต้องร้องไห้ได้เลยนะ

Varnish

น้ำยาขัดเคลือบเงา
ถัดมาจากน้ำยาทำความสะอาดแล้ว อีกขวดหนึ่งที่แนะนำว่าควรจะหามาคู่กันเลย นั่นคือ น้ำยาขัดเคลือบเงา น้ำยาแบบนี้จะช่วยให้กระเป๋าของเรากลับมาเหมือนใหม่แบบเราไม่เชื่อสายตาได้เลย ยิ่งกระเป๋าหนังสังเคราะห์ด้วยแล้วน้ำยาแบบนี้ควรมีไว้สำหรับลงกระเป๋าอย่างน้อยก็เดือนละครั้ง จะช่วยให้กระเป๋าเหมือนใหม่ได้ดีเลย ส่วนกระเป๋าหนังแท้/หนังกลับก็ไม่ต้องน้อยใจไปมองหาน้ำยาให้ความชุ่มชื้นมาช่วยแทนก็จะช่วยลดอาการหนังกรอบได้เช่นกัน

hair dryer

ไดร์เป่าผม
เครื่องมืออีกอันหนึ่งที่เชื่อว่าสาวๆ ต้องมีอยู่แล้ว นั่นคือ ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ตัวนี้จะช่วยให้การทำงานของน้ำยาได้ดีขึ้น บางครั้งเราอาจจะใช้ไดร์เป่าผมช่วยให้น้ำยาแห้งเร็วขึ้นแบบไม่ต้องเช็ดก็ได้เช่นกัน